สัญญาณอันตรายน่ะมี แต่เลือกที่จะไม่มอง

ดิฉัน / STORY / สัญญาณอันตรายน่ะมี แต่เลือกที่จะไม่มอง
ความสัมพันธ์ของคนในยุคปัจจุบันช่างน่ามึนงงนะคะ ล่าสุดได้อ่านบทความของคุณจ๋า ยศสินี ณ นคร เขียนไว้ในหนังสือพิมพ์ เธอบอกว่าตอนนี้ หลายๆคนฮิตที่จะมีความสัมพันธ์แบบที่เรียกว่า Textlationship ส่งข้อความกันไปมา แล้วทึกทักไปเลยว่าคบหากัน

shutterstock_603280052-1

หวานอย่างนั้นอย่างนี้ สื่อสารความหวานผ่านการพิมพ์ข้อความ ไม่ใช่จะฮิตแต่เฉพาะวัยรุ่น ผู้ใหญ่วัยทำงาน ก็รู้สึกว่าการคบหาด้วยข้อความมันเป็นความรู้สึกปลอดภัย แถมมั่นใจกว่าการเจอหน้าเจอตากัน สามีภรรยาบางคู่ ส่งข้อความหากันทั้งวัน แต่พอกลับมาเจอหน้ากัน กลับไม่รู้ว่าจะพูดอะไร กลับไปคุยกันในข้อความอย่างเดิมดีกว่า เอ๊า!!

เคยเจอมาเหมือนกันค่ะ น้องบางคนคบกันทางข้อความแบบนี้มาสองปีกว่า พอจะหาเรื่องมาเจอหน้า ก็มีทีท่าอิดออด งานเยอะบ้าง เหนื่อยบ้าง อ้างๆกันไป คบกันแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องผูกมัดกัน อีกฝ่ายหนึ่งก็เพ้อๆฝันๆ โลกในความเป็นจริงครึ่งหนึ่งจินตนาการครึ่งหนึ่ง คิดไปว่าลึกซึ้งผูกพัน ลืมไปว่าหน้าตาเห็นกันสักครั้งยังไม่เคย

ล่าสุดมีน้องผู้หญิงคนหนึ่ง โทฯมาเล่าให้ฟังในรายการ Love-8-1009 น้องคบกับแฟนคนแรกมา 5 ปี ไม่ค่อยมีเวลาให้กัน เพราะเขางานยุ่งทั้งวัน ยิ่งอยู่ใกล้เหมือนยิ่งไกล เพราะเขาเอาใจไปผูกอยู่กับงาน นานๆเข้า เมื่อการมีเขา เหงาเท่ากับโสด เธอเลยเริ่มเปิดโอกาสให้คนใหม่ แต่ดันเป็นรักทางไกล เพราะเขาเรียนและทำงานอยู่ในอเมริกา ส่งข้อความมาหากัน คุยกันทุกวัน จะเพราะโซเซหรือขาดความรักมาจากคนเก่าก็ไมรู้ แต่ยิ่งดูเหมือนคนใหม่ยิ่งใช่ขึ้นเรื่อยๆ มีเวลาให้กัน ได้คุยกัน ส่งข้อความหวานๆ ไม่เว้นแต่ละวัน พอเขายืนยันจะกลับมาหาที่เมืองไทย น้องเลยตัดสินใจบอกเลิกคนเก่าซะเลย รู้แล้วรู้รอด แต่จะรอดไหมติดตามตอนต่อไปค่ะ

ช่วงเวลาที่เขาอยู่เมืองไทยช่างเป็นช่วงเวลาที่ดีเหลือเกิน เขาเป็นคนรูปหล่อเลยยิ่งให้น้องทั้งชอบ ทั้งหลง ผสมปลาบปลื้ม จนทำเกินหน้าที่คนที่เพิ่งคบกันมาก ไปซักผ้า รีดผ้า ดูแลข้าวปลาอาหารให้เขา เสื้อผ้าตัวเรากลับไปฝากที่บ้านซัก เป็นหญิงนักทุ่มกันจริงๆ เขาเองก็พาไปเจอและแนะนำตัวกับพ่อแม่ ยิ่งทำให้น้องแน่ใจเข้าไปใหญ่ว่า นี่ล่ะรักสุดท้ายของฉัน ทั้งๆที่ยังไม่มีการคุยกันชัดเจนว่า ที่ผ่านมานั้นเราอยู่ในสถานะอะไร ผ่านไปได้เดือนเดียว เขาก็กลับไปอเมริกา ยังแอบสงสัยว่า เดี๋ยวนะน้อง แฟนคนเก่าอยู่ในประเทศเดียวกัน บอกว่าเขาไม่มีเวลา ได้คนใหม่มาอยู่กันคนละซีกโลก แล้วมันแก้ปัญหาแฟนที่ไม่มีเวลาให้ตรงไหน น้องตอบด้วยความชื่นมื่นหัวใจ อยู่ไกลแต่เราส่งข้อความหากันเสมอค่ะ

พี่เองก็วอน ตามประสาคนมองโลกในแง่ละครเลยถามไปว่า เช็คหรือยังว่าเขามีใครคบอยู่ด้วยหรือเปล่า

“โอ๊ย!! พี่ หนูเป็นคนนิสัยไม่ชอบเช็คอะไรอยู่แล้ว รักกันก็ไว้ใจกัน หนูเลือกเขาก็ต้องเชื่อใจเขาสิ” ช่างเป็นคนรัก ที่น่ารักจริงๆค่ะ แต่ผิดเวลาไปหน่อย ตอนที่กำลังจะตัดสินใจเป็นแฟนกับใครตอนนั้นแหละที่ควรลืมตากว้างๆ มองรอบๆว่าเขามีเราซ้อนอยู่กับใครหรือเปล่า ถ้าไม่มี และเราคุยกันแล้วว่าเราจะตัดสินใจคบกันแล้วนะ เมื่อนั้นหลับตาลงข้างหนึ่ง ก็ไม่มีใครว่าอะไร จนวันหนึ่งสิ่งที่น้องพยายามหลับตามองข้ามมันไป ก็ปรากฏตัวตนให้เห็นจริงๆ

คุณแม่ของเขาเป็นคนโทฯมาบอกเราว่า เดี๋ยวแฟนเขาจะกลับมาแล้วนะ หนนี้คงกลับมาอยู่เลย แฟนใคร? อะไร? ยังไง? คำถามมากมายที่มาจากการไม่เช็ค ไม่หา จนตอนนี้เพิ่งมารู้ว่าเขามีคนที่เขาคบ และอยู่ด้วยกันมาถึง 12 ปี กลับมาเมืองไทยหนนี้ เพื่อแต่งงานกัน

สิ่งแรกที่น้องทำตอนนี้คือ ถามเขา เขาเงียบไปแล้วตอบด้วยการตั้งคำถามน่าชกหน้าว่า รู้แล้วหรือ? น้องตัวชา ถามกลับไปอย่างไม่ค่อยมีสติว่า แล้วเราจะเอายังไง สิ่งที่เป็นอยู่นี้จะยังไงกันต่อเขาได้แต่ตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งๆเรียบๆว่า “แล้วแต่เธอ” จบข่าว

ทุกอย่างที่เขาพูดไม่มีแม้คำว่า ขอโทษ เสียใจ อย่าไปไหนนะ เขาคงไม่ได้ตั้งใจหลอก แค่ไม่อยากจะบอกความจริง ลักษณะคล้ายๆ อยู่ได้ก็อยู่ อยู่ไม่ไหวก็แล้วแต่ อย่าไปมัวแปลเลยว่าที่ผ่านมาคืออะไร รู้สึกดี มีคนซักผ้าให้ มีคนดูแล ไม่อยากปฏิเสธความใส่ใจของเรา พอกลับไป ก็ไปอยู่กับคนรักของเขา เราเป็นได้แค่นี้ จริงๆหรือ น้องตัดสินใจ ไม่รับสาย ไม่คุยกันผ่านข้อความอย่างที่เคยทำมา ตอนนี้ผู้ชายกลับมาเมืองไทยแล้วค่ะ เตรียมตัวแต่งงานยังโพสท์ภาพหวานๆขึ้นเฟซบุ๊ค แบบไม่แคร์ความรู้สึกของคนเจ็บทางนี้สักนิด สัญญาณอันตรายมันมีให้เห็น อย่าทำเป็นเมินเฉย

อีกหนึ่งสุดยอดสัญญาณอันตราย ต้องยกให้น้องอีกคนหนึ่ง น้องโทฯเข้ามาใน Club Friday ค่ะ คบกับแฟนมาหลายปี แต่ที่งงทุกทีคือ ผู้ชายบอกว่าเสาร์อาทิตย์อย่าโทฯมา เพราะเขาต้องดูแลพ่อแม่ อยู่กับครอบครัว วันธรรมดาเขาดูแลน้องดีมาก จัดกันไป เต็มๆ เนื้อๆ เน้นๆ ขออย่างเดียวเสาร์อาทิตย์อย่ามาเอาเวลาไปเขาจะให้กับครอบครัว ตรงนั้นเข้าใจค่ะ แต่โทฯหาไม่ได้ ไม่รับสายเลย แปลว่าอะไร ครั้งหนึ่งน้องเคยเรียกร้องความสนใจด้วยการกรีดขาเป็นแผลยาว ถ่ายรูปแล้วส่งไปให้เขา ไม่เคยเห็นด้วยกับวิธีนี้เลย คนบางคนเสียน้ำตาให้ ยังสูงค่าเกินไปเลย นับประสา อะไรกับเสียเลือด ถ้าอยากให้เลือดออกจากตัวนัก ไปบริจาคเลือดเลยน้อง เขาจะได้เอาไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อใครๆบ้าง

ผลเป็นยังไงจ๊ะ เขาเห็นคนที่ตัวเองรักเสียเลือดขนาดนี้ เขาดูดำดูดีบ้างไหม น้องเงียบ ก่อนจะเล่าว่า ถ้าเป็นวันธรรมดา เขาต้องมาหาหนูแน่ค่ะหนูมั่นใจ แต่ตอนนั้นเป็นวันเสาร์ เขาบอกว่า ยุ่งมาก ให้น้องไปหาหมอเองก่อน วันจันทร์ค่อยเจอกัน โถ…

วันหยุดราชการ แปลยังไงว่าต้องหยุดความใส่ใจ ยังถามไปเลยว่า น้องสงสัยอะไรไหม น้องก็สงสัยค่ะ แต่ไม่รู้จะถามยังไง เดี๋ยวจะกลายเป็นเซ้าซี้ .. เอาอย่างงี้สิ เป็นพี่ พี่จะซื้ออาหารที่อร่อยที่สุด ไปฝากในวันเสาร์อาทิตย์ จอดรถหน้าบ้าน แล้วโทรศัพท์เรียกให้เขาออกมาเอาของฝากจากหัวใจเราในวันหยุดราชการ

น้องโวยวายเสียงดัง “ไม่ได้ค่ะพี่ น้องสัญญากับตัวเองแล้วว่า จะไม่ตามจิก และหนูมีศักดิ์ศรีพอที่จะไม่วิ่งตามเขา” ช่างเย่อหยิ่งสมเป็นกุลสตรีศรีสยามมาก แต่สิ่งที่พี่ให้ตาม ไม่ใช่ตามเขา แต่ตามหาความจริงต่างหาก

ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย แต่หลายคนกลัวตายถ้ารู้ความจริง กลัวความชัดเจน กลัวเห็นว่าเขาหลอก กลัวจะอยู่ในที่เดิมของเราไม่ได้ เลยหลับตายอมรับเงื่อนไขเสียสติของเขา เป็นแฟนกันไม่ต้องอยู่ด้วยกัน 24 ชม.ค่ะ แต่ไม่น่าจะมีเงื่อนไขในการสื่อสารกัน ติดต่อกันยากอย่างมหัศจรรย์ขนาดนี้

ในขณะที่คุยกับน้อง sms ขึ้นมาไม่ยั้งจากผู้มากประสบการณ์ ด้านสัญญาณเตือนภัย บ้างก็บอกว่า เขาหวงเสาร์อาทิตย์ไว้ให้อีกคนแน่ๆ ต่อให้อยู่กับแม่ ก็คุยกับแฟนได้ บ้างก็ส่งมาจากภรรยาน้อย ที่บอกว่าสามีใช้วิธีนี้เหมือนกัน วันธรรมดาอยู่กับภรรยาหลวง เสาร์อาทิตย์บอกว่ากลับบ้านต่างจังหวัด เพื่อมาใช้ชีวิตกับอีกคน ก็ไม่รู้ค่ะว่าสาเหตุที่แท้จริงคืออะไร แต่ที่ค่อนข้างแน่ใจคือเขาคงไม่ได้ตั้งใจหลอก แค่บอกไม่หมดเท่านั้นเอง ขออนุญาตใช้ประโยคนี้อีกสักครั้ง

เจอกันคุยกัน ยังมีสัญญาณอันตรายมากมายที่คอยเตือนให้เราฉุกคิด เรียกสติตัวเอง นับประสาอะไรกับการคบกันผ่านการฝากข้อความ chat กันไป chat กันมาแล้วบอกว่า เราเจอรักแท้ คนที่บอกว่า คบกันแบบนี้น่ะดีแล้ว ไม่ต้องผูกมัด แปลว่าเขากำลังถูกมัดไว้กับใครก่อนหน้านี้หรือเปล่า สัญญาณอันตรายดังลั่น อย่าหลับตาแล้วเดินหน้าฝ่าฟันแบบที่ไม่รู้ว่า กำลังฝ่าฟันเพื่ออะไร เขาหลอกเรา เราก็เสียใจ แต่ที่น่าปวดใจกว่าคือเราร่วมมือกับเขาในการหลอกตัวเราเอง… ดูให้ดี สัญญาณมีให้เห็นอย่าทำเป็นวางเฉย หลายครั้งที่เราแค่สงสัย มันก็ใช่หมดแล้ว…


เรื่อง: ดีเจนภาพร คอลัมน์ หัวใจคุยกัน