นับถอยหลัง

ดิฉัน / STORY / นับถอยหลัง
เดี๋ยวนี้ผู้ชายโทฯ เข้าไปขอคำปรึกษามากกว่าผู้หญิงนะคะ ปัญหาอันดับ 1 คือเครียด จะด้วยเรื่องงาน ปัญหาเศรษฐกิจ หรืออะไรก็ตามแต่ อันดับ 2 ตามมาด้วยเรื่องในห้องนอนล้วนๆ ที่แน่นอนว่าเรื่องแบบนี้ปรึกษาได้อยู่ไม่กี่ที่
shutterstock_221314189-1

shutterstock_221314189

เห็นมั้ย ผู้ชายหรือผู้หญิง เรามีเรื่องอ่อนแอไม่น้อยไปกว่ากัน เพียงแต่สังคมเรา ผู้หญิงได้รับอนุญาตให้แสดงออกซึ่งความอ่อนแอได้ง่ายกว่า จะร้องไห้ก็ร้อง แต่ถ้าผู้ชายอยากร้องบ้าง ต้องเลือกที่ร้องดีๆ เดี๋ยวจะโดนหาว่าไม่แมน ซึ่งดูไม่เกี่ยวกันเลย ความจริงคนที่สามารถแสดงออกซึ่งความรู้สึกได้เต็มที่ ข้างหน้า และข้างในเป็นแบบเดียวกัน อย่างนั้นดูแมนกว่าอีก

จัด Club Friday อยู่ทุกวันศุกร์ เดี๋ยวนี้สายของคุณผู้ชายที่โทฯเข้ามาเล่าก็มากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากแต่ก่อนส่วนใหญ่จะสมัครใจเป็นผู้ฟังอยู่เงียบๆมากกว่า มีอยู่ศุกร์หนึ่ง เราคุยกันถึงเรื่อง ‘คนไม่มีเวลา’ วันนั้นสายโทรศัพท์ที่โทฯเข้ามาเล่า แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันมีเยอะเหลือเกิน

มีคุณผู้ชายสายหนึ่ง โทฯเข้ามาเล่าว่า กำลังมีปัญหาเรื่องการบริหารเวลาค่ะ เป็นคนน่ารักเพื่อนเยอะ เพื่อนชวนเฮที่ไหน ต้องมีเขาอยู่ที่นั่น หรือแม้ว่าโปรแกรมไหนที่เขาไปไม่ได้ เพื่อนจะสามารถปรับและเปลี่ยนโปรแกรมเพื่อให้เขาได้เข้ามาร่วมเฮด้วยเสมอ เรื่องงานกำลังแรงทีเดียว เจ้านายและลูกน้องปลาบปลื้มในความเป็นคนเก่งของเขา ต้องไปดูงานบ่อยๆ มีอบรมสัมมนาไม่เว้นแม้แต่เสาร์อาทิตย์… ด้านชีวิตครอบครัว มีแฟนที่เขารักมาก 1 คน แต่ด้อยโอกาสด้านเวลา เธอทั้งขอและกดดัน ขอให้แบ่งเวลามาให้เธอบ้างโสดแล้วเหงายังเข้าใจ แต่มีแฟนแล้วเหงา เป็นเรื่องทรมานกว่ามากหลายครั้งเธอถามตัวเองว่า เธอมาทำอะไรตรงนี้ เธอไม่ได้หวังจะต้องสำคัญอันดับ 1 แต่ขอเป็นซะ 1 อันดับที่เขาให้ความสำคัญบ้าง มาถึงพ่อและแม่ที่แก่ลงทุกวัน รู้ว่าตัวเองมีลูกชาย แต่เริ่มจำหน้าไม่ได้แล้ว เพราะไม่ค่อยได้เจอ ได้กอดกันเหมือนตอนที่เขาเป็นเด็กฟังดูเหมือนเป็นปัญหาคุ้นๆที่ใครๆก็เจอใช่มั้ยคะ เขาเองก็รู้สึกว่ามันเป็นปัญหา แต่ไม่ได้เครียดเท่าไหร่ ทำได้แค่เพียงเรียกร้องให้ทุกคนรอบตัวเข้าใจ และยอมรับกับเงื่อนไขที่มี จนวันหนึ่ง…

อาการปวดท้องที่เป็นบ่อยขึ้นๆ ทำให้เขาตัดสินใจไปหาหมอเพื่อขอยา แต่สิ่งที่ได้มาไม่ใช่แค่ยาค่ะ คุณหมอบอกว่า เขาป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ ระยะสุดท้าย และไม่แน่ใจจริงๆว่า เวลาของเขาจะเหลืออีกเท่าไหร่ เหมือนฟ้าผ่ากลางหัวใจ คำว่าไม่มีเวลา ที่เขาพูดมานับครั้งไม่ถ้วนก่อนหน้านี้ มันเบาไปเลยเมื่อเทียบกับคำว่าไม่รู้จะเหลือเวลาอีกเท่าไหร่ ที่โรคร้ายตั้งเวลาไว้ให้เขา

คนรอบตัวไม่มีใครรู้เรื่องนี้ค่ะ เพื่อนๆที่ชวนกันเฮ ดูเหมือนจะเข้าใจที่สุด เห็นเพื่อนปวดท้องบ่อย ก็จะเริ่มถอนโปรแกรมทำร้ายร่างกายด้วยแอลกอฮอล์ออกไปให้เหลือน้อยที่สุด งานยังคงถาโถมส่งมาให้เขาพิสูจน์ฝีมืออยู่เรื่อยๆ พ่อกับแม่ จากที่ไม่เคยได้เห็นหน้ากลายเป็นว่าคุณลูกชายชวนท่านไปวัดแทบทุกอาทิตย์ที่มีเวลาเหลือจากงาน แฟนคือคนที่เขาเลือกแล้วว่า เขาจะบอกความจริงทั้งหมดว่าตอนนี้เขาป่วยเป็นอะไร เธอเสียใจ เข้าใจ แต่ยอมรับไม่ได้อยู่ดีสุดท้าย เวลาที่เขาให้มามีน้อย ทำให้เธอหันไปคบเพื่อนทางอินเตอร์เน็ตแก้เหงา พากันถลำลึกถึงขั้นติดยา..

เขาโทฯเข้ามาเพื่อถามว่า พี่ฉอด พี่อ้อยครับ เวลาที่เหลือน้อยผมจะแบ่งไปให้กับใครดี ทุกวันนี้ทำงานเยอะ พยายามหาประกันชีวิตที่ทำได้แม้ไม่ต้องตรวจสุขภาพ เพื่อหาหลักประกันในอนาคต วันที่ผมไม่อยู่แล้ว พ่อแม่ คนในครอบครัวจะได้สบาย …คนที่ฟังอยู่ส่ง sms มาให้กำลังใจและเสนอความคิดเห็นกันเพียบเลยค่ะ ส่วนใหญ่บอกว่า พ่อแม่สำคัญที่สุด จะให้เวลากับเรื่องอื่นมากกว่าได้ยังไง …ขอค้านนิดหน่อยค่ะ

พ่อแม่ เรารักเท่าชีวิตทุกคนรู้ แต่ในวันที่วินาทีสุดท้ายของชีวิตกำลังมาถึง ถ้าจะให้ตัดกันจริง คงตัดเรื่องงาน เพื่อเอาเวลาที่เหลือจากนั้นมาให้ตัวเองค่ะ ดูแลตัวเราให้แข็งแรงที่สุด อาหารการกิน สมาธิ คิดแต่เรื่องดีๆ งานทำให้เครียด ความเครียดยิ่งทำให้โรคร้ายที่เป็น ขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว เอาเสาร์อาทิตย์ของเราคืนมา ใช้เวลากับครอบครัวพ่อแม่ หรือแฟน สิ่งที่ทุกคนอยากได้ที่สุดคือเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ไม่ใช่เงินประกันสูงลิบที่ได้จากการสูญเสียลูกชายไปค่ะ แฟนเราอาจจะพลาดไปเขากลับตัวได้ทันมั้ย เรามาสู้อยู่ใกล้ๆกัน เธอเป็นคนเดียวที่รู้ว่าเราป่วยเป็นอะไร เคยอ่านเจอในหนังสือรู้ทันมะเร็ง เขาบอกว่า โรคนี้เราต้องมีบั๊ดดี้ สู้คนเดียว ตายเดี่ยวไม่ได้ ยาที่ดีที่สุดของโรคนี้คือรักและพลังใจ

เราไม่ได้กำลังเล่นเกมจับเวลา แล้วต้องทำทุกอย่างให้ทันก่อนเวลาหมด แต่เรากำลังจะยืดระยะเวลานั้นออกไป ด้วยพลังใจที่สร้างได้จากคนที่เรารักต่างหาก ไม่รู้ใครโชคดีกว่ากันนะคะ บางคนรู้ว่าเวลาของตัวเองเหลืออีกไม่มาก สามารถเตรียมตัว จัดแจงทุกสิ่งทุกอย่างรอไว้ได้ทัน กับบางคนไม่เคยรู้ว่าเวลาจะหมดลงเมื่อไหร่ ใช้ชีวิตสุรุ่ยสุร่ายกันไป อยากใช้อะไรใช้ อยากทำอะไรทำ พอถึงวันที่หมดเวลาจริงๆคงเสียใจที่สุด มีอีกตั้งหลายอย่างที่ยังไม่ได้ทำ และทำไม่ทันแล้วด้วย

ชีวิตจริงของใครๆสอนเราได้เสมอค่ะ 24 ชั่วโมงในแต่ละวันมีเท่ากัน ทุกคน เพียงแต่เราไม่รู้เท่านั้นว่า เราจะใช้ 24 ชั่วโมงนี้ไปได้อีกกี่วัน องค์ประกอบในชีวิตเราคล้ายๆกันหมด ตัวเอง งาน ครอบครัววันที่โรคภัยไข้เจ็บยังไม่ตั้งเวลาให้เรา เราลองตั้งเวลาให้ตัวเองดีมั้ยคะ จะใช้เวลาของเราไปกับใคร ปีนี้ที่กำลังจะผ่านไป เราเสียเวลากับเรื่องไหน หรือเราลืมให้เวลากับเรื่องไหน บริหารเวลากันใหม่ อย่างน้อยถ้าเราต้องเข้าสู่การนับถอยหลัง จะได้ยิ้มกับตัวเองได้ทัน ดีนะนี่ที่เราทำทุกอย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว เย้!!!


เรื่อง: ดีเจนภาพร คอลัมน์ หัวใจคุยกัน