ความลับกับความรัก

ดิฉัน / STORY / ความลับกับความรัก
คนรักกัน ควรมีความลับต่อกันไหม? ช่วยกันคิดหน่อย เดี๋ยวค่อยหาคำตอบไปพร้อมๆกัน
shutterstock_485085364-1

shutterstock_485085364

ผู้หญิงส่วนใหญ่ในวันนี้เป็นเจ้าแม่ทฤษฎีที่พร้อมจะหาวิธีดูแลให้สามีอยู่ในที่ในทางค่ะ บางทีก็ลืมไปว่า ผู้ชายไม่ใช่วิทยาศาสตร์ที่ทดลองได้กับทุกสูตรทฤษฎีหรูๆ อาจไม่ได้อยู่บนโลกแห่งความเป็นจริง

ผู้ชายบางคน ชอบโหยหาอ้อมแขนของแฟนเก่า ทั้งๆที่มีเราอยู่ใกล้ๆ พอซักว่าเคยถามแฟนเราไหมว่ายังรู้สึกอะไรกับแฟนเก่า ก็รีบปฏิเสธเสียงไม่เบาว่า หนูไม่อยากยุ่งเรื่องส่วนตัวของเขาค่ะ อ้าว!!! กลายเป็นเราเจือก!! ซะอย่างงั้น

เป็นแฟนที่ดีต้องเชื่อใจกัน มันสำคัญตรงที่ เขาทำให้เราเชื่อใจหรือเปล่า

เป็นแฟนที่ดีต้องไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวแต่ที่น่าปวดหัว คือเรื่องส่วนตัวของเขามันเดือดร้อนเราหรือเปล่า บางคนคบกับแฟนแบบที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า เขามีใครอยู่ก่อนไหมพอถามไป ก็บอกว่าเราไม่อยากยุ่งเรื่องส่วนตัว หรือทั้งหมดแค่ไม่อยากรู้สึกแย่ถ้าจะรู้ความจริง ปิดหู ปิดตา ก้มหน้าเอาหัวใจเข้าแลกแบบที่ไม่รู้ว่ากำลังแลกกับอะไร เรื่องส่วนตัวของเขา ที่ต้องมีเราเข้าไปเอี่ยว จะบอกว่าไม่เกี่ยวกับเราไม่ได้อย่างน้อย เราไม่น่าจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับใคร ควรรักเดียวกับคนที่มีใจเดียวไม่ใช่คบกันไปหลายปี รู้ตัวอีกที เราเป็นคนมาที่หลัง กินตำแหน่งส่วนเกินในครอบครัวเขา แบบที่เราไม่ได้ตั้งใจส่วนหนึ่งเพราะไม่อยากยุ่งเรื่องส่วนตัวของเขาตั้งแต่ต้น เลยไม่ยอมมองคนอีกคนที่เป็นแฟนเขามาก่อนเรา

คนทุกคนควรมี 3 โลก โลกส่วนตัวโลกส่วนเรา และโลกส่วนรวม ทั้ง 3 โลกไม่ควรซ้อนกัน แค่โคจรอยู่ใกล้ๆกัน ถ้ารู้ว่าโลกส่วนตัวกว้างใหญ่ ก็ยังไม่ควรดึงใครเข้ามาในโลกส่วนเรา ให้เขาเข้ามาแต่ไม่ดูแล อ้างว่าคนเราต้องมีโลกส่วนตัว ก็ดูเป็นเหตุผลมั่วๆไปหน่อย หรือเอาเข้าจริงเหตุผลแท้ๆน่ะมี แต่กลัวเธอน่ะสิที่รับไม่ได้ก็เลยใช้คำว่า โลกส่วนตัว ปั่นหัวอีกฝ่ายจงรับให้ได้ว่า ฉันเป็นคนมีโลกส่วนตัวที่แท้ก็ปิดบังเรื่องชั่วๆที่กลัวเธอจะรับไม่ได้

มีน้องผู้หญิงคนหนึ่ง จะเล่าเรื่องส่วนตัวให้พวกเราฟัง เรื่องส่วนตัวที่ไปรักกับผู้ชายที่มีโลกส่วนตัว จนวันหนึ่งเธอลอยเคว้งคว้าง เพราะหาที่วางหัวใจของตัวเองไม่เจอ

“น้องคบกับผู้ชายคนหนึ่งมาเกือบแปดปี ตอนนั้นอายุ 23 เขาแก่กว่า 6 ปีตอนคบกัน 3 ปีแรก ทุกอย่างดูดีค่ะ เขาดีกับหนูมาก เป็นคนดี ดูแลดี เราไม่ได้อยู่ด้วยกันนะคะ เขาอยู่บ้าน ส่วนหนูอยู่อพาร์ทเมนท์หญิง แต่เราก็ใช้เวลาด้วยกันค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะไปไหน ทำอะไร วันสำคัญ วันพิเศษ ก็จะอยู่ด้วยกันตลอด รักเขานะคะ รักทุกอย่างที่เป็นเขา เขาพาหนูไปรู้จักกับญาติๆ กับแม่เขา ทำให้รู้สึกมั่นใจในตัวเขามาก

ส่วนปัญหามันค่อยๆเกิดจาก เขาเป็นคนค่อนข้างโลกส่วนตัวสูงมากโทรศัพท์ของเขา หนูแตะต้องไม่ได้เลย ไม่ได้อยากจะไปยุ่งเรื่องส่วนตัวนะคะ แต่แปลกใจอยู่กับหนูเขาจะไม่รับโทรศัพท์ ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ หรือไม่ก็ปิดเครื่อง เป็นอย่างนี้มาตลอด จนลองขอดูตรงๆ ก็ดูไม่ได้ค่ะ บอกว่าไม่มีอะไร ก็โอ.เค. ไม่ดูก็ไม่ดู จนหลังๆเขามี Notebook งานของหนูบางครั้งต้องใช้คอมพ์บ้าง ก็คิดว่าแฟนเรามีไม่เป็นไร ไม่ได้ใช้อะไรมากไม่ต้องซื้อคงยืมได้เป็นบางครั้ง ก็ไม่ได้อีกเหมือนเดิมค่ะ ตั้ง password ด้วย ไม่เป็นไร อินเตอร์เน็ตคาเฟ่ก็เยอะแยะ

หนูกับเขาชอบดื่มด้วยกันทั้งคู่ เขามีลูกพี่ลูกน้องอยู่คนหนึ่งเปิดร้านเหล้า ก็ชวนแฟนหนูไปทำด้วย เราเลยไปร้านนี้ประจำค่ะ แรกๆที่เขาไป ก็จะพาหนูไปด้วยแต่หลังๆชักไม่แล้วค่ะ เขาบอกว่า กว่าร้านจะเลิก กว่าจะมาส่งหนู กว่าจะกลับถึงบ้านก็ตีไหนแล้ว ยังต้องตื่นเช้าไปทำงานอีก ก็เข้าใจนะคะ ไม่ไปด้วยก็ได้ แต่เขาก็บอกตลอดค่ะว่าวันนี้ไปที่ร้านนะ มันทำให้เริ่มห่างกัน ไม่ได้เจอกันบ่อยๆเหมือนเดิม

จนวันหนึ่งความลับมันไม่มีในโลก เขาพาหนูไปที่ร้าน อยู่ๆเด็กเสิร์ฟก็เข้ามาคุยกับหนูว่า มีเด็กคนหนึ่งบอกว่าเป็นกิ๊กกับแฟนพี่ เขาชอบแฟนพี่ แล้วก็ไม่ได้ไกลตัวเลยค่ะ เป็นลูกเลี้ยงของลูกพี่ลูกน้องเขาที่เป็นหุ้นส่วนกันนี่แหละ เด็กอายุประมาณ 18 ปี พออยากรู้ หนูถามตรงๆเลย เขาตอบว่ารู้จัก แต่ไม่สนิท ไม่มีอะไร หนูคิดมากไปเอง ในที่สุดหนูก็เกือบไปมีเรื่องกับแม่เด็กคนนั้นจนได้ หลังจากนั้นหนูก็ไม่ได้ไปที่นั่นอีกเลย และแน่นอนค่ะ หนูมีปัญหากับเขาอย่างหนัก เขาก็ว่าหนูเยอะไม่ยอมจบ มีปัญหาจนเกือบเลิกกัน….

แต่ก็ไม่เลิก เขาสัญญาว่า เขาจะยุติเรื่องนั้นเอง ให้หนูเชื่อเขา เราก็คบกันต่อประมาณปีต่อมา จำได้ว่าเป็นวันวาเลนไทน์ค่ะ เขาขับรถมารับหนูที่อพาร์ทเมนท์แล้วก็ไปแวะบ้านเขาแป๊บนึง เขาลงไปทำธุระให้หนูรออยู่ในรถ อะไรดลใจก็ไม่รู้ค่ะมือก็ไปควานๆอยู่ใต้เบาะ ดันไปเจอกระเป๋าตังค์ ก็เอามาเปิดๆดูไม่ได้คิดอะไรเห็นรูปเราอยู่ในนั้นก็ดีใจค่ะ เปิดไปเปิดมาใต้รูปก็มีรูปสติ๊กเกอร์อยู่สองสามอันซ้อนอยู่ใต้รูปของหนู เป็นรูปผู้หญิงคนหนึ่งไม่เคยเห็นมาก่อน มีชื่อเขียนติดอยู่หลังรูปตอนนั้นความรู้สึกคือ มึน ชา พูดไม่ออกสั่น งง หนูก็เอารูปสติ๊กเกอร์นั้นออกมาเอากระเป๋าตังค์เก็บไว้ที่เดิม พอเขากลับมาหนูก็ถามตรงๆตามนิสัย ผลออกมาคือ เขาไม่พอใจมากที่หนูค้นกระเป๋าตังค์ ว่ากันแรงมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาบอก ว่าคนนั้นเป็นเพื่อนที่มีความรู้สึกดีๆให้กันจากกันด้วยดี ไม่ได้โกรธ ไม่ได้เกลียดกัน ตั้งแต่นั้นหนูไม่เคยไว้ใจเขาอีกเลย

จนเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งคบกันมาเป็นปีที่ 7 เขาเป็นคนเหมือนมีสองโลก เพื่อนก็มีสองกลุ่ม กลุ่มที่หนูไปด้วยได้ กับกลุ่มที่ต้องห้ามสำหรับหนู หนูได้รู้ความลับของเขาหลายอย่างจากโลกไซเบอร์ Facebook นอกจากมีไว้เล่นกับหนูแล้ว ยังมีอีกอันนึง เอาไว้เล่นกับกลุ่มเพื่อนที่เป็นกลุ่มต้องห้าม เขายังติดต่อกับผู้หญิงในรูปสติ๊กเกอร์ค่ะ คุยกันมาตลอด คิดถึงกัน รอเวลาที่จะมาเจอกันรอเวลาจะไปปาร์ตี้ด้วยกัน กินข้าวด้วยกันเห็นแล้วสงสารตัวเองจัง ไม่ได้คิดถึงหนูหรอกหรือ ไม่ได้รอหนู ไม่ได้อยากไปกับหนูหรอกหรือ เสียใจค่ะเสียใจมาก น้ำหนักลด เครียด เคลียร์กับเขาตรงๆ เขาก็บอกว่าหนูเป็นเหมือนระเบิดเวลา ใครจะอยากอยู่ด้วย ก็ได้ค่ะ ไม่อยู่ก็ไม่อยู่ ขอเลิกกับเขา

ปรากฏว่าทนพิษบาดแผลไม่ไหว ก็ต้องไปง้อเขา ทั้งๆที่ไม่ควร ก็กลับมาคบกันในที่สุดไม่พ้นโลกไซเบอร์อีกแล้วค่ะที่เฉลยคำตอบออกมาทีละอย่าง ร้านเหล้าของเขาเจ๊งไปตั้งนานแล้ว แต่เขายังบอกหนูว่าวันนี้ไปที่ร้าน จริงๆแล้วเขาก็ไปกับเพื่อนบ้าง ผู้หญิงในสติ๊กเกอร์บ้าง แล้วก็ผู้หญิงอีกคนเป็นรุ่นน้องที่ทำงานค่ะ หนูไม่เคยรู้จักเพื่อนที่ทำงานเขาสักคน เพราะเขาไม่เคยพาหนูไปเปิดตัวเลย

facebook เขามีสองอัน เอาไว้เล่นกับหนูหน้าหนึ่ง และอีกหน้าหนึ่ง ที่หนูเข้าไปเล่นไม่ได้ เพราะเขาเอาไว้เล่นกับน้องผู้หญิงอีกคน วันวาเลนไทน์ ทำการ์ดให้หนู แต่ก็ทำให้รุ่นน้องคนนี้ด้วย ให้คิดยังไงดีล่ะคะ หนูทำในสิ่งที่หนูไม่คิดว่าจะทำได้มาก่อน หนูตัดสินใจที่จะไม่รับโทรศัพท์เขาอีกเลย จนตอนนี้ สี่เดือนแล้วค่ะ”

พอเหนื่อยที่สุด คนเราหยุดได้เองจริงๆ ร้อยคนบอกให้เลิก เสียงไม่ดังเท่าเสียงของหัวใจเราเป็นคนบอก ที่เจ็บกว่านั้นคือสิ่งที่น้องมารู้ทีหลังอีกเรื่องค่ะ

“วันเกิดปีแรกที่คบกัน หนูได้ของขวัญเป็นตุ๊กตาหมีตัวใหญ่มาก มารู้ทีหลังว่าเขาจับฉลากแลกของขวัญกับที่ทำงานได้ แล้วเอามาให้วันเกิดหนู ควรจะรู้สึกดีไหมคะ ปีที่สอง เขาให้ต่างหูทอง บอกว่าเป็นของแม่ อืมมม…. แม่เขาไม่มีติ่งหูค่ะพี่ คือไม่ได้เจาะหูค่ะ เอาของใครมาให้อีกก็ไม่รู้คราวนี้”

นั่นล่ะค่ะ โลกส่วนตัวของเขา ที่ไม่อยากให้เรายุ่ง เพราะอย่างน้อยโลกใบนี้จะเก็บความลับได้ดีว่า เขาคบเราซ้อนกับใครรักกัน มีโลกส่วนตัวได้ค่ะ แต่ต้องเป็นโลกที่ไม่ทำให้คนที่เรารักเดือดร้อน

ไม่ได้แนะนำ ให้ต้องไปเช็คเบอร์ เห็นโทรศัพท์เขาแล้วตัวสั่น อยากรู้ว่าในนั้นมีเบอร์ของใคร ไม่ต้องฉก password เพื่อเจาะเข้าไปหาความจริง แค่อย่าหลับตา ตั้งหน้าเชื่อใจ จนลืมมองสัญญาณบางอย่าง

รักกันนะ แต่อย่าบอกให้ใครรู้ โทรศัพท์ ห้ามแตะ notebook อย่าเข้ามายุ่ง บ้านฉันคือสิ่งต้องห้ามสำหรับเธอ ห้ามโทฯมา เวลานี้ นัดทีไร cancel เราทุกที อย่าเข้ามามีส่วนร่วมในงานของเขา เพื่อนเราเขาไม่แตะ เพื่อนเขาเราห้ามยุ่ง มันดูเป็นสิ่งผิดปรกติเสียงดังๆ ที่เรามองข้ามแล้วทำเป็นไม่ได้ยิน

รักกันคงไม่ต้องบอกกันไปซะทุกเรื่องความลับมีกันได้ แต่อย่ามีความลับที่ทำให้คนที่เรารักบาดเจ็บ เรื่องจริงเป็นสิ่งไม่ตาย แต่คนรู้ความจริงมีสิทธิ์ตายยิ่งเป็นความจริงที่เขาสืบรู้ แบบที่หาเหตุผลไม่ทัน ว่าการไม่บอกกัน มันเป็นเพราะอะไร


เรื่อง: ดีเจนภาพร คอลัมน์ หัวใจคุยกัน