รู้จัก “ลักซา” อาหารประจำชาติสิงคโปร์

ดิฉัน / LIFESTYLE / รู้จัก “ลักซา” อาหารประจำชาติสิงคโปร์

ลักซา

“ลักซา” (Singapore Curry Laksa)

อาหารในบ้านคราวนี้ พามารู้จัก ‘ลักซา’ ที่ปัจจุบันนี้ถือเป็นอาหารประจำชาติประเทศสิงคโปร์ โดยถือกำเนิดจากอาหารของคนจีนเปอรานากัน คนไทยจะรู้จักกันในนาม บาบ๋า-ย่าหยา

เปอรานากันเป็นชาวจีนฮกเกี้ยนที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานแถบคาบสมุทรมลายู วัฒนธรรมของคนจีนกลุ่มนี้จะเป็นการผสมผสานกันระหว่างวัฒนธรรมจีนและมาเลย์ ซึ่งการผสมผสานจนเป็นลักซาก็คือ อาหารเส้น เป็นวัฒนธรรมของจีน ส่วนเครื่องเทศในซุปแสนเผ็ดร้อนนั้นก็เป็นวัฒนธรรมมาเลย์

Untitled-1

‘คุณแจคเกอลีน ซิม’ สาวสวยชาวสิงคโปร์ ประกอบกิจการด้านอาหารในประเทศไทยมากว่า 15 ปี ได้เล่าถึงวิธีการทำ “ลักซา” ให้เราได้ฟังว่า

“เอกลักษณ์ของลักซาอยู่ที่ พริกแกงเครื่องเทศ(Rempah) ด้วยการโขลกหัวหอมแดงสับ 8 หัว พริกชี้ฟ้าแห้งแช่น้ำอุ่น 10 เม็ด กุ้งแห้ง (hae bee) 2 ขีดแช่น้ำให้นิ่ม ตะไคร้หั่น 2 ต้น กะปิสิงคโปร์อบ (belachan) 2 ช้อนโต๊ะ กระเทียมสับ10 กลีบ ผงกะหรี่ 2 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 2 ช้อนชา น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ

และข้อสำคัญที่ขาดไม่ได้ ! แต่อาจจะหายากนิดหน่อย คือ ถั่วเทียน (candle nut) 10 เม็ด ให้ละเอียดเข้ากันดี นำไปผัดกับน้ำมันพืช 4 ช้อนโต๊ะ ใช้ไฟกลาง ผัดไปเรื่อยๆประมาณ5-10 นาที จนกระทั่งเป็นสีน้ำตาลเข้มและกลิ่นหอมดี ตักขึ้นพักไว้หากหาถั่วเทียนไม่ได้ อนุโลมให้ใช้ถั่วแมคคาเดเมียได้ เพราะรสชาติและความมันคล้ายคลึงกัน

หันไปต้มน้ำซุปกะทิด้วยการใช้น้ำซุปไก่ 700 มล. เติมน้ำลงไป 100 มล.น้ำมันพืช 4 ช้อนโต๊ะ กะทิ 1 ลิตร เกลือและน้ำตาลทรายขาวอย่างละ 1 ช้อนชาและน้ำปลาตามชอบ ใช้ไฟกลาง ปล่อยให้เดือดไปสักชั่วโมง จึงค่อยหรี่เหลือไฟอ่อนปล่อยให้เคี่ยวไปเรื่อยๆ ใส่พริกแกงเครื่องเทศลงในหม้อน้ำซุปกะทิ ชิมให้ได้รสเค็มๆ หวานนิดๆ ปรุงรสด้วย น้ำปลา เกลือป่น และน้ำตาลทรายขาวให้ได้รสตามชอบเวลาเสิร์ฟให้ลวกเส้นบะหมี่โซบะสีเหลือง และก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กจนนิ่มดี ใส่ชามวางข้างหน้าด้วยกุ้งต้มสุก เต้าหู้แข็งทอดหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ฮือก้วยหั่นเป็นชิ้นๆไข่ไก่ต้มสุก ถั่วงอกลวก ผักแพรวหั่นฝอย (adaun kesom or Vietnamese mint)ตักน้ำซุปกะทิราดลงไปตามชอบ เสิร์ฟพร้อมมะนาวหั่นซีก และพริกเผากุ้งแห้ง (sambal belacan)

บอกรายละเอียดกันแบบหมดเปลือกขนาดนี้ ต้องลองไปฝึกปรือฝีมือกันดู เผื่อจะได้เอาไว้ต้อนรับขับสู้เพื่อนๆรอบบ้านที่อาจเป็นชาวสิงคโปร์ก็เป็นได้

ติดตามได้ที่ คอลัมน์ “อาหารในบ้าน” ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ 2559