El Chiringuito บาร์สัญชาติสแปนิชที่เกิดจากความรัก

ดิฉัน / LIFESTYLE, STORY / El Chiringuito บาร์สัญชาติสแปนิชที่เกิดจากความรัก

Mthai ok

thumb_IMG_0089_1024

บาร์สแปนิช El Chiringui to (เอล ชิริงกุยโต) ตั้งอยู่ที่ 221 ซอยนานา ถนนเจริญกรุง ย่านเยาวราช บรรยากาศของร้านจะเน้นเป็นสตรีทสไตล์อาร์ตๆ ผสมจีน โทนสีหม่นๆ ดูลึกลับตัดกับเฟอร์นิเจอร์วินเทจอย่างลงตัว นอกจากนี้แล้วที่สะดุดตาที่สุดก็คงจะเป็นเมนูอาหารที่เจ้าของร้านวาดเองกับมือ “คุณปูเป้-สุดาภรณ์ แซ่เอี้ย” ผู้หญิงร่างเล็กหน้าตาสดใสออกมาต้อนรับเราอย่างอบอุ่น บอกว่าแฟนชาวสเปนร่างสูงของเธอ “วิกเตอร์” และเธอได้วาดเมนูนี้เองกับมือ

thumb_IMG_0093_1024

กระดานเมนูที่คุณปูเป้และคุณวิกเตอร์ช่วยกันวาดถึง 3 วัน

thumb_IMG_2324_1024

เเชงเกรีย เป็นเครื่องดื่มของชาวสเปนที่คุณปูเป้มาปรับให้รสเปรี้ยวเข้ากับคนไทย

เธอเสริฟ์แชงเกรียเครื่องดื่มซิกเนอเจอร์ของร้านออกมาให้ “ดิฉัน” ได้ชิม เธอดูมีความสุขโดยแผ่ออร่าออกมาอย่างบอกไม่ถูก ดิฉันเลยอดที่จะถามเรื่องราวของร้านสุดเก๋ของเธอที่กำเนิดมาจากความรักกับวิกเตอร์

thumb_IMG_0084_1024

คุณปูเป้ สุดาภรณ์ แซ่เอี้ย

เจอกันได้อย่างไร

เจอตั้งแต่ปี 2004 วันนั้นพอดีไปเที่ยวข้าวสารกับเพื่อน ฝนตก แล้วก็มีผู้ชายเดินมาไม่รู้จะไปไหน วิกเตอร์ยืนอยู่เราก็ถามว่าไปกินก๋วยเตี๋ยวกันไหม ก่อนกลับเราเลยแลกเบอร์กัน หลังจากนั้นเราไม่ติดต่อกันอีกเลย

1 ปีผ่านไปวิกเตอร์จำได้ว่าเราทำงานอยู่ที่ The body shop ที่มาบุญครอง แล้วเขาทำเบอร์เราหายเลยเดินหายที่มาบุญครองนี่แหละ เดินหานานมาก จนเกือบท้อใจ สุดท้ายก็เจอ เขาเจอเราเเล้วเข้ามาถามว่าปูเป้จำฉันได้หรือเปล่า เราบอกก็จำได้ เขานัดกินข้าวกันที่ร้านก๋วยเตี๋ยวที่เราเจอกันครั้งแรก เขาก็บอกว่าชอบเรา เราก็เลยดูใจกันสักพักหลังจากนั้นเราก็ได้เป็นแฟนกันค่ะ

thumb_IMG_2289_1024

คุณปูเป้และคุณวิกเตอร์สามีชาวสเปน

แล้วเราได้ไปอยู่สเปนกับเขา

ในยุคนั้นไม่มีโซเชียลเราจะคุยกับเขาทางโทรศัพท์ทุกวัน วันละครั้ง คบหาดูใจกัน ปี 2008 เขาก็มาขอแต่งงาน เราเลยออกจากงานไปอยู่ที่นู่นกับเขา เราก็เปิดร้านขายเสื้อผ้าที่สเปนหลายร้าน ชื่อ ลาเมซอนเดอปูเป้ แต่เมื่อ 3 ปีที่แล้วเศรษฐกิจมันแย่มากเลยต้องยุบเหลือร้านเดียว แล้วกลับมาที่เมืองไทยมาเปิดบาร์เล็กๆ ในปี 2013 แถบนี้ยังไม่มีบาร์เลยแล้วนิสัยของคนสเปนคือชอบดื่มสังสรรค์เราเลยคิดว่าบาร์น่าจะเป็นอะไรที่เหมาะที่สุด

 

การปรับตัว

เราไปอยู่สเปนมา 6 ปีการไปอยู่สเปนเราไม่เข้าใจวัฒนธรรมหลายๆ อย่างของบ้านเขา ไม่เข้าใจว่าการเลิกกับแฟนเก่ายังคบกันคุยกันเป็นเพื่อนได้เหมือนเดิม ใช้เวลาปรับตัวใน 3 ปีแรก ในตอนนั้นที่คิดคือเราต้องปรับตัวให้ได้ไม่งั้นเราจะไม่มีความสุข พอ 3 ปีหลังปรับได้แล้วเราไว้ใจกันทุกอย่างก็โอเค ไปเรียนภาษาสเปนอย่างจริงจังแล้วมาใช้พูดจริงตอนทำงานไปเรื่อยๆก็พูดคล่องแล้ว แม้กระทั่งการจัดร้านของเราเอง เรายังต้องปรับความคิดให้เข้ากัน ไม่ใช่แค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

 

thumb_IMG_0130_1024

บรรยากาศของร้านที่ข้างบนเป็นเกสต์เฮ้าส์

ร้าน El Chiringui to

พอได้สถานที่แล้วก็เป็นตึกเก่าๆ เราใช้เวลาในหนึ่งปีแรกในการตกแต่งร้านเอง โดยที่เราทั้งสองไม่ได้จบมาทางด้านศิลปะเลย แต่มันคือความชอบของคนสองคน ความคิดที่เราช่วยกันอาจจะปรับแต่งบ้างให้เหมาะสม แต่วิกเตอร์จะมีเพื่อนที่เป็นกราฟิกมาเยี่ยมเยียน เราก็จะให้เขาเพนท์กำแพง พ่อเราเป็นช่างปูนก็มาช่วยกันปรับร้าน กำแพงปูนด้านข้างก็ตันไปเราเลยทุบให้เหลือแต่อิฐ ไม่อยากจะจ้างใครเพราะมันจะไม่ใช่ตัวตนของเรา

thumb_IMG_2162_1024

ภาพวาดในร้านที่เพื่อนของวิกเตอร์เป็นคนวาดให้

นิสัยของคนสเปน

ผู้ชายสเปนส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ชื่นชอบในศิลปะ และชอบดื่มสังสรรค์กับเพื่อนฝูง นิสัยคือจะเป็นคนที่น่ารักมาก รักใครรักจริง หลังจากแต่งงานกันไม่ต้องกลัวเรื่องเจ้าชู้เลย ตั้งแต่ที่คบกับวิกเตอร์มาเขาจะเป็นคนรักเพื่อน คอยช่วยเหลืออะไรที่ช่วยไม่ได้ ก็คิดว่าช่วยได้สักนิดนึงก็ยังดี ตั้งแต่ที่คบกันจนถึงวันนี้เขายังเป็นคนที่เสมอต้นเสมอปลาย เราก็ดีใจที่มีเขาจนถึงทุกวันนี้

thumb_IMG_2318_1024 copy

พิซซ่าเมดิเตอร์เรเนียน

ร้านนี้จะเป็นแหล่งแฮงค์เอาท์ของ(หนุ่ม)ชาวสเปนจริงๆ “ดิฉัน” นั่งกิน พิซซ่าเมดิเตอร์เรเนียนที่คุณปูเป้คิดสูตรให้ถูกปากคนไทย เป็นแป้งบิสกิตที่ทานคู่กับเบียร์และแชงเกรีย ทานเพลินๆ สาวคนไหนที่ยังโสดอยู่เหงาๆ ลองแวะไปกับเพื่อนสาวรับรองจะติดใจ